ผ่อนตรงกับเจ้าของ vs ผ่อนกับบริษัท ต่างกันยังไง เช็ก 5 จุดก่อนเซ็นสัญญา (2569)

📅 อัพเดท 27 ตุลาคม 2569⏱️ อ่าน 9 นาที
อ.ธรรศ ที่ปรึกษาทางการเงิน นายธนาคารประจำบ้าน
ดูแลโดย อ.ธรรศ · นายธนาคารประจำบ้านที่ปรึกษาทางการเงิน ตั้งแต่ปี 2562
สรุปสั้น:
  • ทั้งสองแบบคือ "เช่าซื้อ" เหมือนกัน ระหว่างที่ผ่อน บ้านยังไม่ใช่ชื่อคุณ ไม่ว่าคู่สัญญาจะเป็นคนหรือบริษัท
  • ความต่างจริงไม่ได้อยู่ที่ "คน vs บริษัท" แต่อยู่ที่ 3 คำถาม: ใครเป็นเจ้าของในโฉนด · บ้านติดภาระอะไรอยู่ · เงินแต่ละงวดไปถึงใคร
  • ก่อนเซ็นให้เช็ก 5 จุด: ตัวตนและสิทธิ์ของคู่สัญญา · ภาระของบ้าน · ตัวเลขในสัญญา · ปลายทางวันโอน · เส้นทางเงินและหลักฐาน
  • อ่านสัญญาแล้วไม่แน่ใจ ให้ทนายตรวจก่อนเซ็น ถ้ามีปัญหากับคู่สัญญาแล้ว ปรึกษาทนายหรือ สคบ. อย่าตัดสินใจเอง

"ผ่อนตรง" ในทางกฎหมายคืออะไร

ประกาศ "บ้านผ่อนตรง ไม่ต้องกู้ธนาคาร" ส่วนใหญ่คือสัญญาเช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 เช่าซื้อคือสัญญาที่ เจ้าของ เอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขาย หรือจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า เมื่อผู้เช่าจ่ายเงินครบตามจำนวนงวดที่ตกลง

ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่อ้างมาตรานี้อธิบายไว้ด้วยว่า สำหรับการเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ยังไม่โอนในขณะทำสัญญา แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือ ผ่อนไปกี่งวด ชื่อในโฉนดก็ยังเป็นของเจ้าของเดิมจนถึงวันโอน

ข้อนี้ใช้กับทั้งสองแบบ จึงต้องเช็กให้ละเอียดไม่ว่าคู่สัญญาเป็นใคร ภาพรวมของเช่าซื้อและสัญญาที่ปลอดภัย อ่านได้ใน คู่มือเช่าซื้อบ้านในไทย

สองแบบต่างกันตรงไหน

เรื่องผ่อนตรงกับเจ้าของ (บุคคล)ผ่อนกับบริษัท / ผู้ให้บริการ
คู่สัญญาคนคนเดียว ถ้าชีวิตเจ้าของเปลี่ยน เช่น ย้ายประเทศ มีหนี้ หรือเสียชีวิต ต้องดูว่าสัญญาเขียนรองรับไว้หรือไม่นิติบุคคล ตรวจทะเบียนบริษัทได้ แต่ต้องดูว่าบริษัทเป็นเจ้าของในโฉนดเอง หรือเป็นตัวกลางของเจ้าของอีกทอดหนึ่ง
ภาระของบ้านบ้านอาจยังติดจำนองธนาคารของเจ้าของอาจติดจำนองหรือภาระอื่นได้เหมือนกัน ต้องขอดูหลักฐานเอง
ตัวเลขในสัญญาต่อรองตรงได้ แต่หลายสัญญาเขียนแค่ค่างวด ไม่แยกว่าส่วนไหนตัดราคาบ้านมักมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายตายตัว อาจมีค่าบริการหรือราคาที่บวกเพิ่ม ต้องขอตารางแยกรายการ
สัญญาหลากหลาย บางรายตกลงกันปากเปล่าใช้แบบฟอร์มของบริษัท ซึ่งผู้เขียนคือฝั่งบริษัท ต้องอ่านข้อเลิกสัญญาและการคืนเงินให้ละเอียด
ปลายทางส่วนใหญ่ต้องหาทางกู้ธนาคารเองบางรายมีขั้นตอนช่วยเตรียมยื่นกู้ แต่คนตัดสินอนุมัติคือธนาคาร ไม่ใช่บริษัท

สรุปตรง ๆ คือ ไม่มีแบบไหนปลอดภัยโดยอัตโนมัติ บริษัทที่สัญญาไม่เป็นธรรมก็มี เจ้าของบ้านที่ซื่อตรงและทำสัญญาชัดก็มี ตัวตัดสินคือสัญญาและหลักฐาน

เช็ก 5 จุดก่อนเซ็น (ใช้ได้ทั้งสองแบบ)

1. คู่สัญญาคือเจ้าของจริงไหม

  • ชื่อผู้ให้เช่าซื้อในสัญญาต้องตรงกับชื่อในโฉนด หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
  • ถ้าคนเซ็นไม่ใช่เจ้าของในโฉนด ต้องมีเอกสารแสดงว่ามีอำนาจทำแทน
  • ถ้าเป็นบริษัท ขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด ดูชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

2. บ้านมีภาระอะไรอยู่

  • ขอดูโฉนดฉบับจริง รวมหน้ารายการจดทะเบียนด้านหลัง ว่ามีการจำนองหรือภาระอื่นหรือไม่
  • ถ้าไม่แน่ใจ สอบถามสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบแปลงนั้น
  • ถ้าบ้านติดจำนอง ต้องถามให้ชัดว่าเงินที่คุณจ่ายแต่ละงวดไปปิดหนี้จำนองอย่างไร และเขียนลงสัญญา เพราะถ้าเจ้าของไม่ส่งธนาคาร คนที่อยู่ในบ้านก็ได้รับผลกระทบ
  • คอนโดและบ้านในโครงการ ขอดูหลักฐานว่าไม่มีค่าส่วนกลางค้าง

3. ตัวเลขในสัญญาต้องครบ

สัญญาที่ดีควรตอบคำถามเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องถามเพิ่ม: ราคาซื้อขายรวม · เงินก้อนแรกเท่าไหร่และเป็นค่าอะไร · ค่างวดต่อเดือนและจำนวนงวด · ส่วนไหนของค่างวดนำไปลดราคาบ้าน ส่วนไหนเป็นค่าเช่าหรือดอกเบี้ย · ค่าธรรมเนียมอื่น · อัตราต่อปีที่คิดจริง

ตัวอย่างสมมติ: จ่ายเดือนละ 12,000 บาท 36 งวด รวม 432,000 บาท ถ้าสัญญาไม่บอกว่าส่วนไหนตัดราคาบ้าน วันครบสัญญาคุณจะไม่รู้เลยว่าเหลือยอดต้องกู้ธนาคารเท่าไหร่ นี่คือจุดที่หลายคนพลาด

4. ปลายทางวันโอนเขียนไว้ชัดไหม

  • วันโอน หรือเงื่อนไขที่จะโอน และยอดคงเหลือที่ต้องจ่ายหรือกู้ในวันนั้น
  • ใครจ่ายค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง และภาษีอากร ค่าธรรมเนียมโอนอัตราปกติคือร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ค่าจดจำนองร้อยละ 1 (ตามหน้าค่าธรรมเนียมของกรมที่ดิน) ตอนนี้มีมาตรการลดเหลือร้อยละ 0.01 สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ใช้ถึง 30 มิ.ย. 2570 ถ้าวันโอนตามสัญญาของคุณอยู่หลังจากนั้น อย่าวางงบโดยคิดจากอัตราที่ลดแล้ว
  • ถ้าครบสัญญาแล้วยังกู้ธนาคารไม่ผ่าน สัญญาเขียนไว้ว่าอย่างไร อ่านข้อนี้ให้เข้าใจก่อนเซ็น ถ้าอ่านแล้วไม่แน่ใจ ให้ทนายตรวจ

5. เงินไปทางไหน และมีหลักฐานไหม

  • โอนเข้าบัญชีชื่อคู่สัญญาตามที่เขียนในสัญญาเท่านั้น ไม่โอนเข้าบัญชีญาติหรือคนกลาง
  • ขอใบเสร็จหรือหลักฐานรับเงินที่ระบุงวดทุกครั้ง
  • ผู้ให้เช่าซื้อที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเครดิตบูโร ประวัติผ่อนของคุณจะ ไม่ขึ้นในรายงานเครดิต วันไปกู้ธนาคาร หลักฐานที่คุณเก็บเองจึงสำคัญมาก

สัญญาณเตือนที่ควรหยุดก่อน: ไม่ให้ดูโฉนดฉบับจริง · ให้โอนเข้าบัญชีคนอื่น · ไม่ยอมเขียนราคาและวันโอนลงสัญญา · เร่งให้วางเงินวันนี้

ผ่อนตรงควรเป็นทางผ่าน ไม่ใช่ปลายทาง

ปลายทางของเช่าซื้อเกือบทุกแบบคือยังต้องกู้ธนาคารให้ผ่านในวันโอน เช่าซื้อแค่เลื่อนเส้นตายออกไป ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะไหม อ่าน ตอน 1: เช่าซื้อ-ผ่อนตรงเหมาะกับใคร และวิธีใช้ช่วงผ่อนเตรียมตัวกู้ อ่าน ตอน 2: ความเสี่ยงและแผน 3 ปี

หลายคนรีบไปผ่อนตรง ทั้งที่จริง ๆ แค่ต้องจัดการหนี้บางก้อนก่อนก็ยื่นกู้ธนาคารได้ ลองดู ปิดหนี้ก่อนยื่นกู้บ้าน ประกอบ

🧮 ภาระต่อเดือนของคุณอยู่โซนไหน

ก่อนตัดสินใจผ่อนตรง ลองเช็กก่อนว่าตอนนี้ภาระต่อเดือนของคุณอยู่โซนไหน ด้วยฟอร์ม เช็คโอกาสกู้บ้านและคอนโด ที่ /dsr/

🧮 เช็คโอกาสกู้บ้านและคอนโดฟรี →

💬 อยากให้ทีมช่วยดูภาระของคุณ?

ทักไลน์มาได้เลย ทีมยินดีช่วยดูให้ฟรีครับ — ไม่มีการการันตีผลอนุมัติ การพิจารณาเป็นดุลยพินิจของธนาคารแต่ละแห่ง แต่คุณจะรู้ว่าต้องแก้จุดไหนก่อน

💬 ปรึกษา → LINE @ninethanakarn

คำถามที่เจอบ่อย

ผ่อนกับบริษัทปลอดภัยกว่าผ่อนกับเจ้าของเสมอไหม?

ไม่เสมอ บริษัทตรวจตัวตนได้ง่ายกว่า แต่สัญญาเขียนโดยฝั่งบริษัท ทั้งสองแบบต้องเช็ก 5 จุดเหมือนกัน

ผ่อนตรงครบทุกงวด จะขึ้นในเครดิตบูโรไหม?

ถ้าผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้เป็นสมาชิกเครดิตบูโร จะไม่ขึ้น เพราะรายงานเครดิตเก็บเฉพาะข้อมูลที่สมาชิกส่งมา จึงต้องเก็บสลิป ใบเสร็จ และสเตทเมนต์ไว้เอง

ตกลงกันปากเปล่าได้ไหม เจ้าของเป็นคนรู้จัก?

ทีมแนะนำให้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ระบุราคา งวด และวันโอนให้ครบ ต่อให้เป็นคนรู้จักก็ตาม

ถ้าเจ้าของหรือบริษัทผิดสัญญา หรือมีเรื่องกันแล้ว ทำยังไง?

เรื่องที่เป็นข้อพิพาทแล้ว ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สคบ. สายด่วน 1166 เพราะทางแก้ขึ้นกับข้อเท็จจริงและสัญญาแต่ละฉบับ

บทความเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติ การพิจารณาสินเชื่อเป็นดุลยพินิจของธนาคารแต่ละแห่ง ก่อนเซ็นสัญญาเช่าซื้อควรให้ทนายความตรวจ

ที่มา (เข้าถึง 27 ต.ค. 2569): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บันทึกเรื่องเสร็จที่ 253/2546 (อ้าง ป.พ.พ. มาตรา 572 และอธิบายว่ากรรมสิทธิ์ในการเช่าซื้อยังไม่โอนขณะทำสัญญา) comment.ocs.go.th · บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ "ไม่พบข้อมูลเครดิตหรือประวัติการชำระหนี้ในรายงานเครดิตบูโรของตนเอง" ncb.co.th · กรมที่ดิน ค่าธรรมเนียม ภาษี และอากร dol.go.th · กรมที่ดิน (สนง.ที่ดินจังหวัดพิจิตร) มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย 1 ก.ค. 2569 – 30 มิ.ย. 2570 dol.go.th · สคบ. ช่องทางติดต่อ 1166 ocpb.go.th

★

บทความที่เกี่ยวข้อง

🔑 เช่าซื้อ
เช่าซื้อบ้านในไทย: สัญญาที่ปลอดภัยต้องมีอะไร + เกณฑ์ นายธนาคารประจำบ้าน 4 ข้อ (2569)
🔑 เช่าซื้อ
เช่าซื้อบ้าน vs เช่าอยู่ธรรมดา vs กู้ซื้อเลย ทางไหนเหมาะกับใคร (2569)
🔑 เช่าซื้อ
ระหว่างเช่าซื้อ-ผ่อนตรง ต้องเก็บหลักฐานอะไรไว้ วันยื่นกู้ธนาคารจะได้ไม่สะดุด (2569)
อ่านต่อ & เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
💬 ปรึกษา → LINE 📞