ครูเข้าโครงการรวมหนี้แล้ว แต่เปิดบัญชีใหม่ระหว่างทาง — ธนาคารเห็นทั้งหมด (2569)

📅 อัพเดท 27 ตุลาคม 2569⏱️ อ่าน 8 นาที
อ.ธรรศ ที่ปรึกษาทางการเงิน นายธนาคารประจำบ้าน
ดูแลโดย อ.ธรรศ · นายธนาคารประจำบ้านที่ปรึกษาทางการเงิน ตั้งแต่ปี 2562
สรุปสั้น:
  • เข้าโครงการรวมหนี้แล้วจ่ายตรงทุกงวด เป็นจุดเริ่มที่ดี แต่โครงการแบบนี้มักมีเงื่อนไข "ไม่ก่อหนี้เพิ่ม" การเปิดบัญชีใหม่หรือผ่อนผ่านแอประหว่างทาง ทำให้ธนาคารมองว่าภาระกลับมาโตและผิดเงื่อนไขที่รับไว้
  • ธนาคารเห็นครบ: บัญชีใหม่โผล่ในเครดิตบูโร หนี้สหกรณ์โผล่บนสลิป การผ่อนผ่านแอปโผล่ในสเตทเมนต์
  • ทางกลับมาคือ ผ่อนตามโครงการให้ครบ ปิดวงเงินเล็กและไม่เบิกซ้ำ หยุดผ่อนผ่านแอปให้สเตทเมนต์สะอาดต่อเนื่อง 12 เดือน หรือพิจารณาให้คู่สมรสกู้ร่วม
  • ข้าราชการครูที่หน่วยงานมีข้อตกลงกับ ธอส. มีโครงการ บุคลากรภาครัฐ 2569 ดอกเบี้ยปีแรก 2.25% (2.00% ถ้าทำประกันตามเงื่อนไข) นิติกรรมภายใน 29 ม.ค. 2570 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะเต็ม แต่ต้องผ่านเรื่องภาระต่อเดือนก่อนเหมือนทุกคน

บทความนี้เป็น เคสประกอบ สร้างจากสถานการณ์จริงที่ทีมเราเคยคัดกรอง รายละเอียดส่วนตัว พื้นที่ และตัวเลขถูกปรับเปลี่ยนและปัดเป็นช่วง เพื่อไม่ให้ระบุตัวบุคคลได้

เคส: ครู วัย 30 ปลาย ๆ รายได้ 3–4 หมื่น

ข้าราชการครู มีสินเชื่อสวัสดิการ ผ่อนรถ และสินเชื่อรายย่อยอีกเล็กน้อย ยอดหนี้ในระบบราว 2 ล้านบาท บวกหนี้สหกรณ์ครูที่หักหน้าสลิป รายการหักรวมกัน ราว 60% ของเงินเดือน

ก่อนหน้านี้เคยเข้า โครงการรวมหนี้ที่มีเงื่อนไขห้ามก่อหนี้เพิ่ม และผ่อนตามโครงการตรงเวลาตลอด จุดนี้ดีมาก แต่ระหว่างอยู่ในโครงการ มีการเปิดบัญชีสินเชื่อใหม่หลายบัญชี และมีรายการผ่อนสินค้าผ่านแอปที่ไม่ได้อยู่ในเครดิตบูโรเพิ่มเข้ามา

เมื่อยื่นกู้บ้าน ผลคือไม่ผ่านด้วยเหตุผล 2 ข้อซ้อนกัน: ภาระต่อเดือนเกินรายได้ และ ก่อหนี้เพิ่มระหว่างอยู่ในโครงการที่มีเงื่อนไขห้าม

ทำไม "จ่ายตรงทุกงวด" ถึงไม่พอ

การเข้าโครงการรวมหนี้คือการบอกเจ้าหนี้ว่า "ผมจะจัดระเบียบและไม่เพิ่มภาระ" ธนาคารที่พิจารณาสินเชื่อบ้านจะอ่านสองอย่างพร้อมกัน

  1. วินัยตามโครงการ — จ่ายตรงไหม เคสนี้ผ่าน
  2. ทำตามเงื่อนไขไหม — มีบัญชีใหม่เปิดหลังวันเข้าโครงการหรือเปล่า เคสนี้ตก

บัญชีใหม่แต่ละบัญชีมีวันเปิดบัญชีในรายงานเครดิต ธนาคารเทียบกับวันเข้าโครงการได้ทันที และมองว่าภาระที่เคยรวมไว้กำลังแตกตัวกลับมา แม้แต่ละบัญชีจะยอดเล็ก

ส่วนการผ่อนผ่านแอป แม้ไม่อยู่ในบูโร แต่รายการตัดเงินรายเดือนอยู่ในสเตทเมนต์ ธนาคารจะถามและนับเป็นภาระ

ธนาคารเห็นอะไรบ้างในเคสนี้

สิ่งที่ธนาคารเปิดดูเห็นอะไร
รายงานเครดิตบูโรบัญชีโครงการรวมหนี้สถานะปกติ + บัญชีใหม่หลายบัญชีที่เปิดหลังวันเข้าโครงการ
สลิปเงินเดือน 3 เดือนรายการหักสหกรณ์และสวัสดิการ รวมราว 60% ของเงินเดือน
สเตทเมนต์ 6 เดือนรายการตัดผ่อนผ่านแอปทุกเดือน
รวมทั้งหมดภาระต่อเดือนเกินรายได้ที่เหลือ และผิดเงื่อนไขโครงการ

ทางกลับมา: 12 เดือนที่ต้องทำจริง

  1. ผ่อนตามโครงการรวมหนี้ต่อให้ครบ อย่าหยุดกลางทาง เพราะประวัติโครงการที่จบดีคือหลักฐานวินัยที่ธนาคารให้น้ำหนัก
  2. ปิดวงเงินเล็กที่เปิดใหม่ และไม่เบิกซ้ำ ธนาคารมองวงเงินที่เปิดอยู่เป็นภาระที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ยอดใช้เป็นศูนย์
  3. หยุดผ่อนผ่านแอป ให้สเตทเมนต์ 6 เดือนล่าสุดที่ธนาคารขอ ไม่มีรายการตัดผ่อนเหล่านี้เลย เผื่อเวลาต่อเนื่องราว 12 เดือนเพื่อให้ทั้งบูโรและสเตทเมนต์สะอาดพร้อมกัน
  4. ถ้าคู่สมรสมีรายได้และภาระน้อย การกู้ร่วมช่วยให้ภาระต่อเดือนเทียบรายได้รวมดูดีขึ้น แต่ต้องคำนวณภาระของทั้งสองคนรวมกันก่อน ไม่ใช่แค่บวกรายได้

🧮 ภาระต่อเดือนของคุณอยู่โซนไหน

คำนวณภาระต่อเดือนเทียบรายได้ฟรี ที่ /dsr/ ใส่รายการหักหน้าสลิป ค่างวดโครงการ และผ่อนผ่านแอปให้ครบ ระบบจะบอกว่าตอนนี้อยู่โซนไหน

🧮 เช็คโอกาสกู้บ้านและคอนโดฟรี →

โครงการ ธอส. บุคลากรภาครัฐ 2569 (เปิดหน้าทางการ 27 ต.ค. 2569)

สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างประจำ ที่หน่วยงานต้นสังกัดลงนามข้อตกลงสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยกับ ธอส. หน้าโครงการไม่ได้ระบุคำว่าครูโดยตรง ครูสังกัดหน่วยงานไหนต้องเช็กกับต้นสังกัดหรือสาขา ธอส. ก่อน

  • ดอกเบี้ย: ปีที่ 1 = 2.25% ต่อปี (ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อตามเงื่อนไข = 2.00%) · ปีที่ 2 = 3.00% · ปีที่ 3 = MRR−2.245% · ปีที่ 4–5 = MRR−2.25% · ปีที่ 6 เป็นต้นไป = MRR−2.00% ตัวเลขเปลี่ยนได้ ดูหน้าธนาคารวันที่ยื่น
  • ระยะกู้ 3–40 ปี อายุผู้กู้รวมระยะกู้ไม่เกิน 70 ปี
  • เอกสารการเงิน: หนังสือรับรองเงินเดือน · สลิป 3 เดือน · สเตทเมนต์ 6 เดือน
  • กำหนดเวลา: ยื่นตั้งแต่ 5 ม.ค. 2569 อนุมัติและทำนิติกรรมภายใน 29 ม.ค. 2570 ธนาคารสงวนสิทธิ์ปิดโครงการก่อนกำหนดถ้าวงเงินเต็ม

โครงการนี้ไม่ได้ยกเว้นเรื่องภาระต่อเดือน และวัตถุประสงค์ "ชำระหนี้" ในโครงการจำกัดเฉพาะหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยโดยคิดดอกเบี้ย MRR จึงไม่ใช่ช่องทางเอาหนี้สหกรณ์หรือหนี้แอปมารวมที่ดอกเบี้ย 2%

💬 อยากให้ทีมช่วยดูภาระของคุณ?

ทักไลน์มาได้เลย ทีมยินดีช่วยดูให้ฟรีครับ — ไม่มีการการันตีผลอนุมัติ การพิจารณาเป็นดุลยพินิจของธนาคารแต่ละแห่ง แต่คุณจะรู้ว่าต้องแก้จุดไหนก่อน

💬 ปรึกษา → LINE @ninethanakarn

คำถามที่เจอบ่อย

อยู่ในโครงการรวมหนี้ ยื่นกู้บ้านได้เลยไหม?

ยื่นได้ ไม่มีข้อห้าม แต่ธนาคารจะดูว่าทำตามเงื่อนไขโครงการไหม และภาระรวมหลังบวกงวดบ้านยังรับไหวไหม เคสที่ผ่อนครบตามโครงการและไม่มีบัญชีใหม่ จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่ามาก

ผ่อนผ่านแอปไม่อยู่ในบูโร ทำไมธนาคารรู้?

เห็นจากรายการตัดเงินในสเตทเมนต์ และธนาคารมักถามตรง ๆ การไม่แจ้งแล้วธนาคารเจอเอง ส่งผลแย่กว่าการแจ้งเอง

หนี้สหกรณ์ครูนับเป็นภาระไหม?

นับ เพราะหักจากเงินเดือนทุกเดือน ธนาคารเห็นบนสลิป ควรเตรียมหนังสือรับรองยอดหนี้สหกรณ์ไปด้วย

ครูทุกคนได้สิทธิ์ ธอส. บุคลากรภาครัฐไหม?

ไม่ใช่ทุกคน สิทธิ์ขึ้นกับว่าหน่วยงานต้นสังกัดลงนามข้อตกลงสวัสดิการกับ ธอส. หรือไม่ ต้องเช็กเป็นรายหน่วยงาน

เคสประกอบจากสถานการณ์จริง รายละเอียดส่วนตัวและตัวเลขถูกปรับเปลี่ยน · บทความเพื่อการศึกษา ไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติ การพิจารณาสินเชื่อเป็นดุลยพินิจของธนาคารแต่ละแห่ง

ที่มา (เข้าถึง 27 ต.ค. 2569): โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2569 — ghbank.co.th

★

บทความที่เกี่ยวข้อง

📋 เคสประกอบ
ข้าราชการ ไม่เคยค้างสักงวด แต่เงินเดือนถูกหักหน้าสลิปกว่า 90% — ทำไมกู้บ้านไม่ผ่าน (2569)
🏦 ธอส.
วิธีเช็คว่าบริษัทที่ทำงานมีสวัสดิการ ธอส. ไหม (2569)
📋 เคสประกอบ
บูโรสะอาด ไม่เคยค้าง แต่ยอดผ่อนผ่านแอปทำให้ภาระทะลุรายได้ (2569)
อ่านต่อ & เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
💬 ปรึกษา → LINE 📞